หน่วยการเรียนรู้ที่ 3

การปรับตัวของรัฐชาติในกระแสการเปลี่ยนแปลง

 

ความหมายของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

                Karl W. Deutsch ได้ให้ความหมายว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศประกอบด้วยพฤติกรรมและการกระทำต่างๆของรัฐหนึ่งที่มีต่อรัฐหนึ่งโดยปราศจากการควบคุมอย่างเพียงพอ

                จากความหมายข้างต้น เราจะพบได้ว่าการเมืองโลกมักเกี่ยวพันกับตัวแสดง เช่นรัฐต่างๆและหมายถึงตัวแสดงอื่นๆที่ไม่ใช่รัฐอีกด้วย

ตัวแสดงในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

สามารถแบ่งออกเป็น 2ลักษณะ

  1. ตัวแสดงที่เป็นรัฐชาติ มีบทบาทและความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมาตั้งแต่อดีตและตัวแสดงที่เป็นรัฐชาตินี้ ได้แก่ รัฐอธิปไตย
  2. ตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐชาติ ถือได้ว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อระบบระหว่างประเทศในขณะนี้ เพราะเวทีโลกมีความสลับซับซ้อนและมีมิติที่ความสัมพันธ์ที่หลากหลายกว่าในอดีต แบ่งเป็น 3 ระดับ

ระดับบุคคล ส่งผลกระทบต่อเวทีการเมืองระหว่างประเทศอย่างมากมาย

ระดับภายในประเทศ ส่งผลกระทบต่อการแสดงบทบาทในระบบระหว่างประเทศ เช่น ด้านเศรษฐกิจ

ระดับระหว่างรัฐ มีความสำคัญมากขึ้น เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในการร่วมมือระหว่างกันและกัน

        นอกจากนี้ยังมีระดับสากลหรือระดับโลกถือเป็นหน่วยการวิเคราะห์ที่ใหญที่สุดมักเกี่ยวข้องกับองค์การสากล เช่น องค์การสหประชาชาติที่รับหน้าที่เป็นตัวกลางในหน้าที่ต่างๆ

ลักษณะของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

        สามารถแบ่งได้เป็น 2แบบ ได้แก่ การร่วมมือ และความขัดแย้งระหว่างกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละช่วงเวลานั้นๆ ว่าสถานการณ์ระหว่างประเทศโดยรวมเป็นเช่นไร

การดำเนินท่าทีของรัฐชาติ

        นโยบายต่างประเทศ ถือเป็นการแสดงออกของรัฐชาติ ที่นำมาเป็นแนวทางการปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อจุดประสงค์ที่ต้องการ

ความหมาย

        นโยบายต่างประเทศของรัฐเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงผลประโยชน์ของชาติและอำนาจของชาติ การที่จะทำให้นโยบายบรรลุเป้าหมายก็ขึ้นอยู่กับอำนาจของรัฐ

ปัจจัยที่มีอทธิพลต่อนโยบายต่างประเทศ

        1.ปัจจัยจากบุคคล มีอิทธิพลอย่างมากต่อผู้กระทำการตัดสินนโยบายหรือผู้ดำเนินนโยบายต่างประเทศ เช่น ข้าราชการ พรรคการเมือง ประชาชน

        2.ปัจจัยทางเศรษฐกิจและการทหาร

        3.ปัจจัยทางประวัติศาสตร์และแรงกระตุ้นภายนอก

นโยบายต่างประเทศในทางปฏิบัติ

        เป็นกลยุทธ์ของรัฐชาติต่างๆ เช่น

  1. การทูตเรือปืน
  2. นโยบายแห่งการเอาใจ
  3. นโยบายรบและเจรจา
  4. นโยบายการรักษาหน้า
  5. นโยบายการมีเพื่อนบ้านที่เป็นมิตร

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับการเปลี่ยนแปลงของรัฐชาติ

ชาติมหาอำนาจ

พฤติกรรมของชาติมหาอำนาจ

1.1   เขตอิทธิพลหรือเขตผลประโยชน์

1.2   ศูนย์แห่งอำนาจในการเมืองระหว่างประเทศ ชาติมหาอำนาจมีบทบาทก็ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งจะมีผลกระทบต่อประชาคมโลก

องค์การระหว่างประเทศ

                มีบทบาทในฐานะที่เป็นตัวแสดงสำคัญในระยะก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 ได้มีการพัฒนาเจริญก้าวหน้ามีจำนวนองค์การระหว่างประเทศ

 

            ประเภทขององค์การระหว่างประเทศ

  1. การพิจารณาประเภทขององค์การระหว่างประเทศตามหน้าที่หรือวัตถุประสงค์
  2. การพิจารณาประเทศขององค์การระหว่างประเทศตามระดับ
  3. การพิจารณาประเทศขององค์การระหว่างประเทศตามผู้จัดตั้ง

สหประชาชาติ

                มีจุดมุ่งหมายในการรักษาสันติภาพและความมั่นคงของโลก ธำรงค์ไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคงเพื่อนพัฒนาสัมพันธไมตรีระหว่างชาติ เพื่อทำความร่วมมือระหว่างชาติ เป็นศูนย์กลางสำหรับประสานการดำเนินการของรัฐชาติ

                สหประชาชาติ ถือเป็นองค์การระหว่างประเทศที่เปรียบเสมือนเป็นรัฐบาลโลก แต่ความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เนื่องจากรัฐชาติสมาชิกทุกรัฐชาติยังคงเป็นรัฐชาติที่มีเอกราชและอธิปไตย สหประชาชาติไม่มีอำนาจบีบบังคับรัฐชาติเหล่านั้นยกเว้นมีการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

การก่อการร้าย

                เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติการในความขัดแย้งไม่ตามแบบ โดยมีเป้าหมายคือการบรรลุวัตถุประสงค์ทางการเมือง เป็นการปฏิบัติการของนักต่อสู้เพื่อเสรีภาพมีเป้าหมายทางการเมืองภายในประเทศ

 รูปแบบของการก่อการร้าย

                การลอบวางระเบิดเป็นวิธีการที่ผู้ก่อการร้ายนิยมใช้มากที่สุดโดยเฉพาะการใช้วิธีการระเบิดแบบข้าตัวตาย

การต่อต้านการก่อการร้าย

                การก่อการร้ายในปัจจุบันถือเป็นภัยคุกคามทางยุทธศาสตร์ต่อความมั่นคงและสันติภาพของโลกที่ทุกรัฐต้องร่วมมือ ในการป้องกันมิให้เกิดขึ้นร่วมทั้งมีมาตรการนำเอากลุ่มก่อการร้ายและผู้ที่เกี่ยวข้องมาขึ้นศาล ในพื้นที่รัฐชาติที่เกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายและมีความเป็นกลางในการพิจารณาการลงโทษ

กฎหมายระหว่างประเทศ

                คือ บรรดากฎข้อบังคับต่างๆซึ่งนานาชาติต่างยินยอมปฏิบัติในความสำคัญที่มีต่อกัน รวมถึงกฎเกณฑ์เกี่ยวกับหน้าที่ของสถาบันหรือองค์การระหว่างประเทศ

ที่มาของกฎหมายระหว่างประเทศ

  1. สนธิสัญญาและอนุสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่ลงนามจากรัฐต่างๆ
  2. จารีตประเพณีระหว่างประเทศ
  3. หลักทั่วไปของกฎหมาย
  4. นักวิชาการด้านกฎหมาย

อิทธิพลของกฎหมายระหว่างประเทศ  

        เนื่องจากกฎหมายระหว่างประเทศมักวางระเบียบกฎเกณฑ์ไว้อย่างกว้างๆและรัฐชาติต่างๆใช้สิทธิของตน ได้หักปราศจากการละเมิดสิทธิของรัฐชาติอื่นซึ่งเป็นผลทำให้กฎหมายระหว่างประเทศมีอิทธิพลต่อการเมืองโลก

แนวโน้มการมองโลก

  1. การเรียกร้องแบ่งแยกดินแดนเพื่อสร้างรัฐเอกราชใหม่

-          ความแตกต่างทางศาสนา

-          ความแตกต่างเชื้อชาติ

-          ความแตกต่างทางวัฒนธรรม

  1. การสร้างอำนาจการต่อรองของรัฐชาติ             

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สมาชิก กลุ่มขยะในห้องเรียน

  1. ศุภชัย                      ประเมินชัย             รหัส53112820001
  2. ชัยสิทธิ์                   นิธิกวีสกุล              รหัส53112820002
  3. ธิดารัตน์                 สาวิยะ                    รหัส53112820008
  4. อรรถพล                 เมืองแก้ว                                รหัส53112820009
  5. นันทวดี                   นิลาบุตร                 รหัส53112820012
  6. ชนิดาภา                 กำใย                       รหัส53112820013
  7. ธีริศรา                     แพทย์มงคล           รหัส53112820014
  8. ธนานันท์                 ทิพย์ประเสริฐ        รหัส53112820017
  9. จิราพร                    เขียวฉวี                  รหัส53112820028
  10. สุพัตรา                   วงศ์บุปผา              รหัส53112820029
  11. โอภาส                    เดียวกี้                    รหัส53112820083
  12. ธนพนธ์                   ฤกษ์อุโฆษ             รหัส53112820102

 

Comment

Comment:

Tweet