หน่วยการเรียนรู้ที่ 1
การเกิดโลกาภิวัฒน์และการเปลี่ยนแปลงทางประชากรในยุคโลกาภิวัฒน์ 

                โลกาภิวัฒน์มาจากคำว่า Globalization ในภาษาอังกฤษ ซึ่ง อัลวิน ทอฟฟ์เลอร์ นักคิดชาวอเมริกันซึ่งมีชื่อเสียงด้านเศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ และอนาคตศาสตร์ ได้เป็นผู้คิดและเขียนไว้ในหนังสือคลื่นลูกที่สาม เมื่อปี 1980

                คลื่นลูกที่ 1 เปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตของมนุษย์ให้ต่างไปจากเดิม การเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัดคือความสามารถที่จะผลิตอาหารได้จำนวนมาก จนทำให้มนุษย์สามารถตั้งรกรากอยู่กับที่จนเกิดเป็นชุมชนขนาดใหญ่และเริ่มมีระบบการปกครองเพื่อความเป็นระเบียบภายในชุมชน

                คลื่นลูกที่ 2 (ค.ศ.ที่ 17-18) เปลี่ยนถิถีการผลิตของมนุษย์จากการใช้แรงงานคนและสัตว์เป็นการใช้เครื่องมือเครื่องจักร

                คลื่นลูกที่ 3 ส่งผลกระทบต่อทุกส่วนของโลก และก่อให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงในทุกระดับ ประเทศต่าง ๆ จะเชื่อมโยงและพึ่งพากันมากขึ้น

ปัจจัยที่ก่อให้เกิดโลกาภิวัฒน์ 

1.ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศ
เทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม (ICT) จัดเป็นปัจจัยหลักที่มีบทบาทในการเชื่อมโยงประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเข้าหากันจนกระทั่งมีสภาพเป็น “สังคมโลก” หรือ “หมู่บ้านโลก”

2.พัฒนาการของระบบทุนนิยม
เทคโนโลยีสารสนเทศกำลังพัฒนาก้าวหน้าขึ้นเรื่อย ๆ ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมก็กำลังขยายตัวอย่างกว้างขวางด้วยกัน การผนวกกันระหว่างปัจจัยทั้งสองส่วนนี้ส่งผลให้ระบบทุนนิยมพัฒนาสู่การเป็น “ทุนนิยมไร้พรมแดน” หรือ “ทุนนิยมโลก” ที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจโลกเชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกัน

3.การล่มสลายของลัทธิคอมมิวนิสต์ และการขยายตัวของอุดมการณ์เสรีประชาธิปไตย
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่งผลให้โลกตกอยู่ในสภาวะตรึงเครียดจากความหวาดระแวงและผลกระทบที่อาจได้รับจากการเอาชนะกันของทั้งสองฝ่าย

                ลักษณะสำคัญของโลกาภิวัฒน์
ลักษณะสำคัญของสภาวะโลกาภิวัฒน์ที่เกิดขึ้น คือ การเคลื่อนย้ายทางเสรี (Free Flow) มีอยู่ 4 ประการได้แก่

1.การเคลื่อนย้ายอย่างเสรีของทุน
2.การเคลื่อนย้ายอย่างเสรีของสินค้าและบริการ
3.การเคลื่อนย้ายอย่างเสรีของข้อมูลและความรู้
4.การเคลื่อนย้ายอย่างเสรีของคน

                ความคิดเห็นที่มีต่อโลกาภิวัฒน์
จำแนกได้เป็น 3 กลุ่ม

1.กลุ่มที่เห็นชอบต่อกระแสโลกาภิวัฒน์ ได้แก่ ผู้ที่เห็นว่าโลกาภิวัฒน์เป็นสิ่งดีงามสมควรวิ่งตามกระแส
2.กลุ่มที่ต่อต้านโลกาภิวัฒน์ ได้แก่ ผู้ที่เห็นว่าโลกาภิวัฒน์เป็นสภาวะที่ไม่เอื้อต่อการพัฒนาการของมนุย์
3.กลุ่มเป็นกลางหรือกลุ่มคลุมเครือ ได้แก่ ผู้ที่ไม่สามารถมองเห็นผลกระทบจากโลกาภิวัฒน์ไม่ว่าจะเป็นทางบวกหรือทางลบก็ตาม

                การเปลี่ยนแปลงทางประชากรในยุคโลกาภิวัฒน์
ภาวะประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมการเปลี่ยนแปลงทางประชากรจะมีผลมาจากการเกิดและการตายของคนในในโลก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางประชากรมิใช่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเอกเทศหากแต่เป็นทั้งสาเหตุและผลของปรากฏการณ์อื่นๆอีกมากมยที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ที่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน์ จึงครอบคลุมถึงการเปลี่ยนแปงทางประชากรด้วย

                การเปลี่ยนแปลงขนาดและโครงสร้างประชากรภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จนถึงปัจจุบัน
ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประชากรโลกได้ทวีจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว โยมีปรากฏการณ์ทีเรียกว่า “Baby Boom” ซึ่งหมายถึง การมีทารกเกิดใหม่มากกว่าปกติ เกิดขึ้นทั่วโลก

ในช่วงทศวรรษที่ 1950 (พ.ศ.2493) จึงมีการดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อลดอัตราการเพิ่มของประชากรในประเทศกำลังพัฒนาให้น้อยลง โดยมาตราการที่ใช้ได้แก่ การส่งเสริมให้ประชากรคุมกำเนิดด้วยวิธีต่างๆกัน
ในช่วงทศวรรษที่ 1969-1970(พ.ศ.2503-2513) อัตราการเพิ่มของประชากร ใประเทศต่างๆ เริ่มลดลง สาเหตุที่ทำให้อัตราการเพิ่มของประชากรลดลงมิได้มาจากมาตราการทางประชากรที่กล่าวข้างต้นเพียงอย่างเดียว ปัจจัยที่สำคัญได้แก่

1.การที่ผู้หญิงทั่วโลกมีโอกาสทางการศึกษาและการทำงานมากขึ้นกว่าเดิม
                2.การเปลี่ยนแปลงแบบแผนการผลิตจากเกษตรกรรมสู่อุตสาหกรรม
                3.การเปลี่ยนแปลงของสังคมสู่การเป็นเมือง
                4.พัฒนาการด้านการแพทย์และการสาธารณสุข

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรสู่ “สังคมคนชรา” 

-ประชากรวัยเด็กที่เคยมีเป็นจำนวนมากในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (Bbayboom) จะลดจำนวนลงเนื่องจากในปัจจุบันมีเด็กเกิดใหม่น้อยลง

-ในปัจจุบันเด็กยุค Babyboom ได้เติบโตเป็นประชากรวัยแรงงานและบางส่วนเริ่มเข้าสู่วัยชราแล้ว

-ในระยะเวลาอีกไม่นานประชากรวัยแรงงานที่มีเป็นจำนวนมากในปัจจุบันจะเข้าสู่วัยชรา

ปัญหาที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชากรก่อนที่จะเข้าสู่ศตวรรษที่ 21
1.ปัญหาความยากจน

2.ปัญหาการแพร่กระจายของโรคเอดส์
3.ปัญหาการไม่รู้หนังสือของเยาวชน

การดำเนินการในศตวรรษที่ 21 เพื่อการแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชากร
                ในวันประชากรโลก เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2547 รัฐบาล 179 ประเทศได้ประชุมร่วมกันเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับประชากรและการพัฒนา การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรโลกให้ดีขึ้นได้แก่

                1.ลดความยากจนของประชากรโลกให้น้อยลง
                2.ลดการแพร่กระจายของโลกเอดส์
                3.ส่งเสริมให้เยาวชนมีบทบาทในการพัฒนาประเทศและสร้างสรรค์โลกให้น่าอยู่สำหรับตนเองและคนรุ่นต่อไป
                4.ส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศหญิงและเพศชายโดยเพิ่มพลังอำนาจแก่สตรี
                5.ส่งเสริมอนามัยเจริญพันธ์
                6.เปิดโอกาสทางเศรษฐกิจและการมีส่วนร่วมทางการเมือง
                7.ส่งเสริมสิทธิมนุษยชน
                8.ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน

 

สมาชิกผู้จัดทำ
1.นางสาวชลทิชา   จันคณา  รหัส 52112820011

2.นางสาวปริชญา                   โพธิ                        รหัส 52112820055
3.นางสาวเบญจมาศ               ผิวงาม                    รหัส 52112820004
4.นางสาววารุพัทร                  ทองสุข                  รหัส 53112820004
5.นางสาวจุฑารัตน์ สุวันนัง                  รหัส 53112820007
6.นางสาวอรพรรณ                ขวัญจันทร์            รหัส 53112820011
7.นางสาวอโนมา                    พลายทอง              รหัส 53112820015
8.นางสาวอภิวรรณ แก้วเจริญ               รหัส 53112820016
9.นางสาวภรพยอม                เต็มส้ม                   รหัส 53112820019
10.นายณัฐพล                            ทองนุ่ม                  รหัส 53112820020
11.นางสาวมัทธิกา                    สุดยอดดี                รหัส 53112820027
12.นางสาวสุพรรธิวา               โต๊ะงาม                 รหัส 53112820039
13.นายกิตติศักดิ์                        พงษ์ศรี                  รหัส 53112820105

 

วิชาเหตุการณ์โลกร่วมสมัย ตอนเรียน E1

 

 




 

 

               

Comment

Comment:

Tweet